ทำไมต้องทำ Balanced Scorecard

 
   

 

จากการสำรวจของ Dr.Kaplan และ Dr.Norton พบว่า ในปัจจุบันนี้พบว่าจุดอ่อนที่สำคัญของผู้บริหารส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ที่การวางแผน หรือการจัดทำกลยุทธ์แต่อยู่ ที่ความสามารถในการนำกลยุทธ์ที่ได้กำหนดขึ้นไปสู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล  ดังเช่น นิตยสาร Fortune ซึ่งเป็นวารสารชั้นนำด้านธุรกิจได้ระบุว่าจากการสำรวจผู้บริหารทั่วโลกเกี่ยวกับความล้มเหลวในการนำกลยุทธ์ที่วางไว้ไปปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลของบริษัทต่างๆ คือ


1. วิสัยทัศน์ขององค์กรไม่ได้รับการถ่ายทอดให้เข้าใจและปฏิบัติได้ โดยร้อยละ 40 ของผู้บริหารระดับกลางและร้อยละ 5 ของผู้บริหารระดับล่างเท่านั้นที่เข้าใจในวิสัยทัศน์ขององค์กร


2. เป้าหมายในการทำงานและผลตอบแทนของผู้บริหารและพนักงานไม่ได้มีส่วนสัมพันธ์กับกลยุทธ์ขององค์กร  โดยร้อยละ 50 ของผู้บริหารระดับสูง ร้อยละ 20 ของผู้บริหารระดับกลาง  และน้อยกว่าร้อยละ 10 ของพนักงานทั่วไปของบริษัทที่สำรวจมีเป้าหมายในการทำงานและผลตอบแทนมีความสัมพันธ์กับกลยุทธ์ขององค์กร


3. การจัดสรรทรัพยากรหรือการจัดทำงบประมาณขององค์กรมีความสอดคล้องกับกลยุทธ์เพียงร้อยละ 43 ของบริษัทที่สำรวจ

ดังนั้นการจัดทำ Balanced  Scroecard จะช่วยให้มีการนำกลยุทธ์ขององค์กรไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น ซึ่งมีผลทำให้

1. ผลการดำเนินงานขององค์กรดีขึ้น 

2. ทำให้บุคลากรทั้งองค์กรมุ่งเน้นและให้ความสำคัญต่อกลยุทธ์ขององค์กร    
  
3. ช่วยในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและวัฒนธรรมขององค์กรโดยอาศัยการกำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมายเป็นเครื่องมือในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของบุคคล

4. ทำให้บุคลากรทราบถึงบทบาทและหน้าที่ของตนเอง จะส่งผลต่อผลการดำเนินงานของผู้อื่นและขององค์กรอย่างไร 

 

จากการสำรวจของ BSCol พบว่าองค์กรที่มีระบบในการดำเนินกลยุทธ์ จะประสบความสำเร็จในกลยุทธ์แบบก้าวกระโดด หรือ ประสบความสำเร็จในกลยุทธ์ ดีกว่าองค์กรในระดับเดียวกัน มากถึง 70% แต่องค์กรที่ไม่มีระบบในการดำเนินกลยุทธ์ จะมีโอกาสที่ล้มเหลวในการดำเนินกลยุทธ์มากถึง 73%

 

นอกจากนี้ BSCol ยังได้สำรวจ ความแตกต่างระหว่างองค์กรที่มีระบบในการดำเนินกลยุทธ์กับองค์กรที่ไม่มีระบบในการดำเนินกลยุทธ์โดยมีผลดังรูป

 

 

 

 

(กลับไปหน้าหลัก)

 

 

 



 

 

 

 

 

 

 

 


Copyright 2009 CPL Consulting Engineering and Management Co., Ltd